ในการทำงานเราอาจจะพบว่า ตารางสำหรับฐานข้อมูลในไฟล์ Models จำเป็นต้องมีการแก้ไข หรืออาจจะต้องการลบบางแอตทริบิวในตาราง และเมื่อทำการแก้ไขแล้วไม่สามารถทำการรันคำสั่งเพื่อแก้ไขตารางได้ตามวิธีการปกติ ดังนั้นในบทความนี้จะช่วยบอกวิธีการในการแก้ปัญหาเมื่อเราต้องการแก้ไขตารางฐานข้อมูล
Tatchagon's Blog
Building Software ตามใจฉัน
ค้นหาบล็อกนี้
วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558
วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
วิธีลง Django 1.7.4 ใน Windows
- ทำการดาวน์โหลด Python เวอร์ชัน 2.7.9 จาก https://www.python.org เนื่องจากในเวอร์ชัน 2.7.9 จะติดตั้ง Library Pip มาให้เลย
แต่ถ้าใครเคยลง Python ที่เวอร์ชันเก่ากว่านี้ก็ให้โหลด Pip จาก https://bootstrap.pypa.io/get-pip.py เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วให้เปิด Command Line ขึ้นมา แล้วพิมพ์คำสั่งเข้าไปยังที่ตั้งของไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา และใช้คำสั่งต่อไปนี้ในการติดตั้ง Pip
$ python get-pip.py
วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557
เริ่มต้นกับ Rails
ในขั้นตอนแรกก่อนที่เราจะเริ่มสร้าง project แรกกับ rails นั้น ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนกว่าเราได้ติดตั้ง ruby และ rails เรียบร้อยแล้ว โดยใช้คำสั่งต่อไปนี้ใน terminal เพื่อตรวจสอบดู version ของ ruby และ rails
$ ruby -v
$ ruby 2.1.3p242 (2014-09-19 revision 47630) [i686-linux]
โดยปกติจะปรากฏ verion ของ ruby ลักษณะคล้ายกัน ถ้าหากไม่มีการ error ก็เป็นอันถูกต้อง
ต่อมาก็ตรวจสอบ verion ของ rails ดังต่อไปนี้
$ rails -v
$ Rails 4.1.6
จะพบ verion ของ rails ตามที่เราได้ลงไว้
เมื่อตรวจสอบดู version ของ ruby และ rails แล้วไม่พบปัญหาอะไรก็สามารถเริ่มต้นทำ project แรกของเราได้แ้ล้ว
ในการเริ่มต้นสร้าง project แรก ให้ใช้คำสั่ง cd ใน terminal เพื่อเข้าไปยังพื้นที่ที่ต้องการสร้าง app แล้วใช้คำสั่งต่อไปนี้ในการสร้าง rails app ใหม่ (testproject คือชื่อของ project ใหม่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้)
$ rails new testproject
$ create
create README.rdoc
create Rakefile
create config.ru
create .gitignore
create Gemfile
...
...
จะใช้เวลาในการสร้าง directory และไฟล์ต่างสำหรับ project ของเราสักพักหนึ่ง สำหรับ directory ที่มีชื่อเดียวกับ project ของเรานั้นจะเรียกว่า root
เมื่อเราได้สร้าง project ใหม่แล้ว ต่อมาเราจะทดสอบว่า project ที่เราสร้างมาใหม่นั้นมัน work หรือไม่ โดยใช้คำสั่งต่อไปนี้ใน terminal
$ cd testproject
$ rails server
=> Booting WEBrick
=> Rails 4.1.6 application starting in development on http://0.0.0.0:3000
=> Run `rails server -h` for more startup options
=> Notice: server is listening on all interfaces (0.0.0.0). Consider using 127.0.0.1 (--binding option)
=> Ctrl-C to shutdown server
[2014-09-28 14:58:11] INFO WEBrick 1.3.1
[2014-09-28 14:58:11] INFO ruby 2.1.3 (2014-09-19) [i686-linux]
[2014-09-28 14:58:11] INFO WEBrick::HTTPServer#start: pid=12454 port=3000
คำสั่ง rails server ใช้สำหรับการรัน server เพื่อเริ่มต้นแสดงผล rails application ของเราโดยเราจะใช้คำสั่งนี้ภายใน root ของ project ดังนั้นเราจึงใช้คำสั่ง cd testproject ก่อนเพื่อเข้าไปยัง root
หลังจากเริ่มต้น application ของเราแล้ว ให้ใช้ browser แล้วเข้าไปที่ http://0.0.0.0:3000 หรือ ้http://localhost:3000 ถ้าปรากฏภาพดังด้านล่างแสดงว่าไม่มีปัญหาอะไร
หากต้องการหยุด web server ของเราให้กดปุ่ม ctrl + c ใน terminal ที่รัน server อยู่
การทำ static page
เราสามารถสร้าง static page ได้ใน ditectory public ซึ่งอยู่ภายใน root โดยให้ลองสร้างไฟล์ต่อไปนี้ที่ /public/hello-world.html
<html>
<head>
<title>Hello World!</title>
</head>
<body>
<h1>Hello World!</h1>
<p>An example page.</p>
</body>
</html>
หลังจากนั้นเข้าไปที่ http://localhost:3000/hello-world (อย่าลืมรัน server ก่อนนะ) จะปรากฏหน้าเว็บดังต่อไปนี้
$ ruby -v
$ ruby 2.1.3p242 (2014-09-19 revision 47630) [i686-linux]
โดยปกติจะปรากฏ verion ของ ruby ลักษณะคล้ายกัน ถ้าหากไม่มีการ error ก็เป็นอันถูกต้อง
ต่อมาก็ตรวจสอบ verion ของ rails ดังต่อไปนี้
$ rails -v
$ Rails 4.1.6
จะพบ verion ของ rails ตามที่เราได้ลงไว้
เมื่อตรวจสอบดู version ของ ruby และ rails แล้วไม่พบปัญหาอะไรก็สามารถเริ่มต้นทำ project แรกของเราได้แ้ล้ว
ในการเริ่มต้นสร้าง project แรก ให้ใช้คำสั่ง cd ใน terminal เพื่อเข้าไปยังพื้นที่ที่ต้องการสร้าง app แล้วใช้คำสั่งต่อไปนี้ในการสร้าง rails app ใหม่ (testproject คือชื่อของ project ใหม่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้)
$ rails new testproject
$ create
create README.rdoc
create Rakefile
create config.ru
create .gitignore
create Gemfile
...
...
จะใช้เวลาในการสร้าง directory และไฟล์ต่างสำหรับ project ของเราสักพักหนึ่ง สำหรับ directory ที่มีชื่อเดียวกับ project ของเรานั้นจะเรียกว่า root
เมื่อเราได้สร้าง project ใหม่แล้ว ต่อมาเราจะทดสอบว่า project ที่เราสร้างมาใหม่นั้นมัน work หรือไม่ โดยใช้คำสั่งต่อไปนี้ใน terminal
$ cd testproject
$ rails server
=> Booting WEBrick
=> Rails 4.1.6 application starting in development on http://0.0.0.0:3000
=> Run `rails server -h` for more startup options
=> Notice: server is listening on all interfaces (0.0.0.0). Consider using 127.0.0.1 (--binding option)
=> Ctrl-C to shutdown server
[2014-09-28 14:58:11] INFO WEBrick 1.3.1
[2014-09-28 14:58:11] INFO ruby 2.1.3 (2014-09-19) [i686-linux]
[2014-09-28 14:58:11] INFO WEBrick::HTTPServer#start: pid=12454 port=3000
คำสั่ง rails server ใช้สำหรับการรัน server เพื่อเริ่มต้นแสดงผล rails application ของเราโดยเราจะใช้คำสั่งนี้ภายใน root ของ project ดังนั้นเราจึงใช้คำสั่ง cd testproject ก่อนเพื่อเข้าไปยัง root
หลังจากเริ่มต้น application ของเราแล้ว ให้ใช้ browser แล้วเข้าไปที่ http://0.0.0.0:3000 หรือ ้http://localhost:3000 ถ้าปรากฏภาพดังด้านล่างแสดงว่าไม่มีปัญหาอะไร
![]() |
| ภาพสำหรับการแสดงผล rails application |
การทำ static page
เราสามารถสร้าง static page ได้ใน ditectory public ซึ่งอยู่ภายใน root โดยให้ลองสร้างไฟล์ต่อไปนี้ที่ /public/hello-world.html
<html>
<head>
<title>Hello World!</title>
</head>
<body>
<h1>Hello World!</h1>
<p>An example page.</p>
</body>
</html>
หลังจากนั้นเข้าไปที่ http://localhost:3000/hello-world (อย่าลืมรัน server ก่อนนะ) จะปรากฏหน้าเว็บดังต่อไปนี้
![]() |
| ภาพหน้าเว็บสำหรับ hello-world |
วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
Django Book ตอนที่ 3 การใช้งาน Template
Template
Loading
ในตอนนี้เราจะลองใช้
template ในการแสดงผลหน้าเว็บเพจแทนการนำโค้ด python กับโค้ด html ไปรวมกันในไฟล์ views.py เพียงอย่างเดียว โดยให้เราสร้าง directory
ใหม่ชื่อว่า templates ใน directory ของโปรเจ็ค
แล้วเพิ่มโค้ดและแก้ไขฟังก์ชัน current_datetime ดังนี้
วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557
Django Book ตอนที่ 2 เริ่มต้นใช้งาน Views และ URLs
ในการศึกษา Django Book ในตอนที่ 2 เริ่มต้นใช้งาน Views และ URLs ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาด้วยเองได้จาก http://www.djangobook.com/en/2.0/chapter03.html
Django Book ตอนที่ 2 นี้จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน Views และ URLs เพื่อให้สามารถแสดงผลหน้าเว็บเพจใน Browser ได้
Django Book ตอนที่ 2 นี้จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน Views และ URLs เพื่อให้สามารถแสดงผลหน้าเว็บเพจใน Browser ได้
Django Book ตอนที่ 1 เริ่มต้นโปรเจ็ค
ในการศึกษา Django Book นี้ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาด้วยตนเองได้จาก http://www.djangobook.com/
Django Book ตอนที่ 1 นี้จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเริ่มต้นสร้างโปรเจ็ค และการเริ่มต้นรัน Server สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาการใช้งาน Django และเป็นการทบทวนสำหรับผู้ที่ยังไม่เชี่ยวชาญในการใช้งาน Django
Django Book ตอนที่ 1 นี้จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเริ่มต้นสร้างโปรเจ็ค และการเริ่มต้นรัน Server สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาการใช้งาน Django และเป็นการทบทวนสำหรับผู้ที่ยังไม่เชี่ยวชาญในการใช้งาน Django
วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557
Resource Tracking Project ตอนที่ 5 ดูข้อมูลย้อนหลังในเดือนที่ผ่านๆ มา
จากตอนที่แล้วเราได้ทำหน้าเว็บเพจสำหรับให้ผู้ใช้ได้ทำการบันทึกรายรับ - รายจ่ายไปแล้ว ในตอนนี้เราจะมาสร้างหน้าเว็บเพจที่ใช้สำหรับการดูข้อมูลย้อนหลังในเดือนที่ผ่านๆ มา โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะดูข้อมูลย้อนหลังในเดือนที่ผ่านมาแล้วกี่เดือน ซึ่งมีวิธีการทำดังต่อไปนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

